ข่าว กรมปศุสัตว์ แถลงผลม้าฟาร์มปากช่องตายรวดเดียวกว่า 50 ตัว เพราะกาฬโรคม้า ไม่ใช่ โควิด 19

ข่าว กรมปศุสัตว์ ม้าตายกะทันหันกว่าครึ่งร้อย ที่แท้ไม่ใช่โควิด 19 แต่เป็นกาฬโรคม้า

ข่าว กรมปศุสัตว์

จากกรณีม้าจำนวนมากกว่า 50 ตัว ของฟาร์มม้าหลายแห่งใน อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เกิดโรคละบาดล้มตาย โดยโรคดังกล่าวมีแมลงเป็นพาหะในการกระจายเชื้อ จนทางสมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทยต้องออกหนังสือขอความร่วมมือให้หลีกเลี่ยงการเคลื่อนม้าเข้า-ออกพื้นที่เสี่ยงเป็นการชั่วคราว เพื่อป้องกันเชื้อแพร่กระจาย จนทำให้ประชาชนจำนวนมากที่อยู่ในพื้นที่เกิดความกังวลใจว่าจะเป็นโควิด 19 หรือไม่นั้น

ล่าสุด วันที่ 27 มีนาคม 2563 สปริงนิวส์ รายงานว่า นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยผลการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวว่า หลังจาก กรมปศุสัตว์ ได้รับแจ้งจากเรื่องดังกล่าว ก็ได้ส่งชุดปฏิบัติการสอบสวนและควบคุมโรค ลงพื้นที่ตรวจสอบโดยเร่งด่วน เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2563 พร้อมทั้งสั่งการด่วนให้เฝ้าระวังโรคในม้าทั่วประเทศ โดยจากการสอบสวนโรค พบว่ามีม้าที่ป่วยมีอาการ ไข้สูงมากกว่า 39 องศา ซึมไม่กินอาหาร มีน้ำมูก น้ำตาไหล หายใจลำบากหอบถี่ มีจุดเลือดออกบริเวณเยื่อบุตา เหงือกซีดและเหลือง ร่างกายอ่อนแรง หน้าบวม และตายเฉียบพลัน เจ้าหน้าที่จึงเก็บตัวอย่างสัตว์ป่วยส่งตรวจวินิจฉัยโรคทางห้องปฏิบัติการ

ทั้งนี้ จากข้อมูลทางระบาดวิทยาอาการทางคลินิก และผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ จากสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ ว่าเป็นโรคดังกล่าวคือ กาฬโรคในม้า (African Horse Sickness) ซึ่งเป็นโรคที่เกิดขึ้นเฉพาะในสัตว์ ตระกูลม้า แพร่เชื้อโดยแมลงดูดเลือดจากม้าที่ป่วยไปสู่ม้าตัวอื่น โดยก่อนหน้านี้ไม่มีรายงานการระบาดของโรคดังกล่าวในประเทศไทย แต่มีการระบาดอยู่ที่แอฟริกา ซึ่งโรคดังกล่าวไม่ใช่โรคติดต่อจากสัตว์มาสู่คน และไม่ใช่โรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรน่า แต่อย่างใด

ล่าสุด ได้มีการจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการควบคุมโรค ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา โดยการบันทึกสั่งกักสัตว์ป่วยทุกคอกพร้อมทั้งแยกม้าที่ป่วยจากม้าร่วมฝูง และสั่งตั้งด่านควบคุมการเคลื่อนย้ายม้าเข้าและออกพื้นที่โดยเด็ดขาดในรัศมี 150 กิโลเมตร รวมทั้งให้คำแนะนำการป้องกันโรค พร้อมเน้นย้ำให้เจ้าของ หมั่นสังเกตอาการม้าที่เลี้ยงอย่างใกล้ชิด หากพบม้าแสดงอาการผิดปกติให้รีบแจ้งสัตวแพทย์ที่ปรึกษาฟาร์ม และแจ้งสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด หรือสำนักงานปศุสัตว์อำเภอ หรือสายด่วนกรมปศุสัตว์ 063-225-6888 หรือทางแอปพลิเคชัน DLD 4.0 เพื่อดำเนินการตรวจสอบและควบคุมโรคอย่างเร่งด่วน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *