ซังซัง ร่วมช่วนกันต้าน โควิด-19

ซังซัง ร่วมช่วนกันต้าน โควิด-19 ส่งมอบนมถั่วเหลืองคั้นสดให้ 2 ล้านกล่องให้กับทางโรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศ

ซังซัง ร่วมช่วนกันต้าน โควิด-19 เพื่อเป็นการให้กำลังใจกับทางการแพทย์และเจ้าหหน้าที่ ที่คอยดูแลผู้ป่วยที่เข้ามรักษากัน

ซังซัง ร่วมช่วนกันต้าน โควิด-19

“ซังซัง” ร่วมช่วยกันต้าน โควิด-19 ผุดแคมเปญ “ซังซัง รักกัน” ส่งมอบนมถั่วเหลืองคั้นสดให้ 2 ล้านกล่องให้กับทางโรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศกับแบรนด์น้องใหม่

“ซังซัง” นำโดย นางสาวมัลลิกา จิรพัฒนกุล (ขวา) ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายขาย พร้อมด้วย นางสาวพรรวนา มหาทรัพย์ (ซ้าย) ผู้จัดการฝ่ายโฆษณาและการตลาดสัมพันธ์ บริษัท แลคตาซอย จำกัด ได้จัดแคมเปญ “ซังซัง…รักกัน” ร่วมช่วยกันต้าน COVID-19 โดยนำทีม “ซังซัง” ส่งมอบผลิตภัณฑ์นมถั่วเหลืองคั้นสดคุณภาพดีจากประเทศแคนาดา น้ำตาลน้อยกว่า 2% ขนาด 125 ml. จำนวน 2,000,000 กล่อง รวมมูลค่า 10,000,000 บาท ให้กับโรงพยาบาลรัฐบาลทั่วประเทศ สามารถดูรายละเอียดแคมเปญ ซังซัง…รักกัน ทั้งนี้เพื่อเป็นการให้กำลังใจพร้อมกับเติมพลังให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ในการดูแลผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษาโรค COVID-19 เมื่อเร็วๆ นี้

ครูเต้ย อภิวัฒน์

เป็นประเด็นดาราม่าสำหรับ ครูเต้ย อภิวัฒน์ กันเป็อย่างมาก เมื่อมีคนสนิทออกมาโพสปกป้องนักร้องหนุ่มคนดัง

เป็นประเด็นดาราม่าสำหรับ ครูเต้ย อภิวัฒน์ ทำให้ชาวโซเชียลตั้งข้อสงสัยว่าเอาเวลาไหนมาสอนเด็กเรียน!!!!!!

เป็นประเด็นดาราม่าสำหรับ ครูเต้ย อภิวัฒน์

เปิดประเด็นดราม่าที่ร้อนแรงกันไปไม่น้อยเลยงานนี้ กรณีสำหรับข่าวของ คุณครูเต้ย อภิวัฒน์ คนดังนักร้องหนุ่ม ที่ได้มีอาชีพรับราชการครูอีกด้วย แต่ถูกชาวเน็ตตั้งข้อสงสัยกันว่า งานเยอะขนาดนี้เอาเวลาที่ไหนไปสอนเด็กนักเรียน หรือทำหน้าที่อื่นๆ ของครู รวมถึงการเตรียมการสอนกันไปด้วย จนกระทั่งเรื่องนี้ถูกร้องเรียนไปยังกระทรวงศึกษาธิการ และเตรียมจะตั้งคณะกรรมการสอบแล้ว ล่าสุด (21 เมษายน 2563) คนสนิทที่ร่วมงานกับ ครูเต้ย อภิวัฒน์ ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความปกป้องนักร้องหนุ่มคนดัง โดยยืนยันว่าครูเต้ยเป็นคนที่มีระเบียบวินัยและ ตรงต่อเวลาเสมอในการสอนเด็กนักเรียน ไม่เคยขาดตกบกพร่อง ให้ความสำคัญกับการทำหน้าที่ครูอย่างมาก ถึงแม้จะต้องเดินทางไกล ตอนรับงานที่ต่างจังหวัด จนเจ้าตัวก็ยอมนอนน้อย เพื่อที่จะกลับมาให้ทันการสอนในตอนเช้า ถึวแม้จะเคยเสนอให้ออกมาทำอาชีพศิลปินเต็มตัว แต่ครูเต้ยก็จะยืนยันที่จะเลือกทางนี้ ถึงแม้อาจจะมีเหนื่อยก็ต้องยอม ทำให้รู้ว่าอาชีพของการเป็นครูคืออาชีพที่เขาใฝ่ฝัน และเป็นเกียรติสำหรับวงตระกูล ถึงแม้รายได้อาจจะไม่เยอะเท่างานร้องเพลง เพราะรับงานเวทีเดียว ก็เท่ากับเงินเดือนครู 3 เดือนแล้ว
นอกจากนี้แล้ว คนที่สนิทยังรายดังกล่าวอีกว่า ถึงกิจวัตรประจำวันของ ครูเต้ย อภิวัฒน์ ในเวลาที่ต้องไปทำงานครูก่อนออกไปร้องเพลง ดังนี้
– ออกจากโรงเรียน 16:00 น. (วันมีกิจกรรมก็เลต) เดินทางมาสนามบิน
– ขึ้นเครื่องถึงดอนเมือง ประมาณ 18:00-19:00 น.
– เข้าที่พักอาบน้ำ 19:00-21:00 น.
– ออกเดินทางทำการแสดง 21:00-02:30 (3-4 เวที)
– กลับที่พักอาบน้ำพักสักครู่ ไปรอขึ้นเครื่องกลับ 05:00 เดินทางไปโรงเรียนแต่เช้า เตรียมการสอน (บางวันไม่ได้นอน-นอนบนรถตู้บ้าง) เพราะต้องบินกลับมา กทม. อีกทำวน ๆ อยู่แบบนี้”
งานนี้ก็มีแฟนๆครูเต้ยที่ให้กำลังใจกันอย่างมาก และชื่นชมในความทุ่มเทของนักร้องหนุ่มคนดัง ขณะเดียวกันก็มีชาวโซเชียลตั้งข้อสังเกตกันว่า ทำไมครูเต้ยถึงออกจากโรงเรียนตอน 16.00 น. ทั้งที่เวลาราชการน่าจะถึงเวลา 16.30 น. หรือเปล่า อีกทั้งการอดหลับอดนอน พักผ่อนไม่เพียงอีกด้วย ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการสอนเด็กนักรียนอีกด้วย

แตงโม นิดา - นิก คุณาธิป

แตงโม นิดา – นิก คุณาธิป ส่อแววรักล่มอีกแล้ว อันฟอลโล Instagram กันแล้ว แถมยังลบรูปคู่ออกเกือบหมด คนจับตา เลิกกันแล้วหรือเปล่า

แตงโม นิดา – นิก คุณาธิป ถูกจับตาเรื่องสถานะความสัมพันธ์อีกครั้ง สำหรับคู่รักต่างวัย

แตงโม นิดา – นิก คุณาธิป

ถูกจับตาเรื่องสถานะความสัมพันธ์อีกครั้ง สำหรับคู่รักต่างวัย แตงโม นิดา และ นิก คุณาธิป หลังจากเมื่อเดือนที่แล้ว ทั้งคู่ได้ออกมาประกาศสถานะโสด แจ้งข่าวว่าเลิกรากันทั้งที่ยังรักมาก ก่อนที่จะคืนดี กลับมาเลิฟ ๆ กันอีกครั้งอย่างรวดเร็วภายใน 1 วัน
กระทั่งล่าสุด (21 เมษายน 2563) เมื่อไปส่องในอินสตาแกรมของ แตงโม นิดา และ นิก คุณาธิป ก็พบว่า ทั้งคู่ได้อันฟอลโลกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้มีการลบรูปคู่ออกไปแทบเกลี้ยงอีกด้วย โดยในอินสตาแกรมของสาวแตงโม ยังคงเหลือโมเมนต์น่ารัก ๆ กับครอบครัว และรูปที่กอดให้กำลังใจกันอยู่
งานนี้ก็ทำเอาหลายคนจับตาว่า หรือคู่ของ แตงโม – นิก จะรักร้าวอีกครั้ง เลิกกันแล้วหรือเปล่า.. ซึ่งก็คงต้องรอติดตามจากเจ้าตัวกันต่อไปค่ะ

 …

แอร์ ภัณฑิลา ชวน ดีเจมะตูม เตชินท์

แอร์ ภัณฑิลา ชวน ดีเจมะตูม เตชินท์ เต้นแก้เครียด ใส่แรงไม่ยั้ง ก่อนจบสุดพีค

แอร์ ภัณฑิลา ชวน ดีเจมะตูม เตชินท์ งานนี้มีเจ็บ เกือบได้ผ่าเคอร์ฟิวเข้าโรงพยาบาลทั้งคู่

แอร์ ภัณฑิลา ชวน ดีเจมะตูม เตชินท์

ช่วงนี้หลายคนต้องกักตัวอยู่แต่ในบ้านเป็นเวลานาน ๆ ก็ทำให้เกิดอาการเบื่อ เหงา เซ็ง กันเป็นแถว จนต้องออกมาหาอะไรทำแก้เครียดกันบ้าง รวมไปถึงคนดังในวงการบันเทิงที่ช่วงนี้ไม่ได้ออกงานที่ไหน ก็หันมาทำคลิปฮา ๆ ลงโซเชียลกันเป็นแถว เช่นเดียวกับนักแสดงสาวสุดแซ่บ แอร์ ภัณฑิลา กับ ดีเจมะตูม

อย่างล่าสุด (16 เมษายน 2563) แอร์ ภัณฑิลา ก็ออกมาเผยคลิปเต้นแก้เครียดกับ ดีเจมะตูม เตชินท์ ให้แฟน ๆ ได้ชมในอินสตาแกรม ซึ่งแต่ละคนก็จัดท่าเต้นกันแบบอินเนอร์มาแรง ใส่เอวหวานกันไม่ยั้ง แต่มาพีคที่ตอนจบ เมื่อนัดแนะกันอย่างดีว่า สาวแอร์ จะกระโดดให้ ดีเจมะตูม อุ้ม แต่ดันพลาดท่าเพราะลื่นพรมจนเสียศูนย์ล้มกันซะงั้น โชคดีที่ยังรับกันทัน ไม่ได้ล้มรุนแรง แต่ก็คาดว่าคงได้เจ็บตัวกันไม่น้อย ทำเอาเพื่อน ๆ และแฟนคลับเข้ามาฮากันเป็นแถว พร้อมบอกว่า โถ ไม่รู้จะสงสารใครก่อนเลย โดย สาวแอร์ ได้โพสต์แคปชั่นไว้ด้วยว่า “ดูดี ๆ อย่ากะพริบตา ไม่มีสตั๊นท์ ไม่มีสแตนอิน…. ลอยยยยค่ะ !! อิควายยยมะตูมพรมลื่น เกือบพาติดเคอร์ฟิวเข้าโรงพยาบาลล่ะ เรียกว่า เป็นนาทีชีวิตที่ทำเอาใจหายใจคว่ำกันเลยทีเดียว

ชาวเน็ตสงสาร สาวโพสภาพตัวเองถูกทำร้าย

ชาวเน็ตสงสาร สาวโพสภาพตัวเองถูกทำร้าย ใบน้าเต็มไปด้วยเลือด หน้า-ตาเกือบแตกไปหมด

ชาวเน็ตสงสาร สาวโพสภาพตัวเองถูกทำร้าย โดนพ่อของลูกทำร้าย ช่วยหนูด้วย

ชาวเน็ตสงสาร สาวโพสภาพตัวเองถูกทำร้าย

สาวผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์รูปภาพตัวเอง ที่สภาพใบหน้าปูดบวมมีเลือดไหลเต็มหน้า พร้อมข้อความว่า “เตือนไว้ #โดนพ่อของลูกตี ช่วยหนูด้วย” จนมีการแชร์ไปในโลกออนไลน์เกือบ 6 หมื่นครั้ง

(15 เม.ย. 63) ต่อมาเมื่อเวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังซอยตึกน้ำ พบกับนางสาว น.ส.ตันหยง อายุ 24 ปี จึงได้นำรูปและหลักฐานการตรวจร่องรอยบาดแผลที่ไปรักษาตัวที่ โรงพยาบาลเอกชล 2

สอบถามนางสาวตันหยงเปิดเผยว่า เมื่อช่วงเวลา 18.30 น.วันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา ได้ถูกนายณรงค์ อายุ 28 ปี สามีทำร้ายโดยใช้มือชกเข้าที่บริเวณใบหน้าหลายครั้ง จนทำให้ใต้ตาขวาฉีกขาดและใบหน้าช้ำบวม โดยมีสาเหตุมาจากการที่ตนกับแม่ของนายณรงค์ไม่ค่อยลงรอยกันและมีปากเสียงกันบ่อยครั้งไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่ถูกใจอยู่ตลอด จนมีการขอแยกทางกันและตนจะขอเอาลูกไปเลี้ยงเอง แต่ทางแม่ของสามีก็ไม่ตกลงจึงมาปากเสียงกันอีกครั้งเรื่องแย่งลูกกัน ก่อนสามีตนจะปรี่เข้ามาชกที่ใบหน้าโดยที่ตนไม่ทันได้ตั้งตัวทำให้ใบหน้าแตกตรงเบ้าตา แม่ของสามีก็ไม่ได้เข้ามาห้ามแต่อย่างใดแถมยังทำท่าเหมือนสะใจอีกต่างหาก ซึ่งตนก็ไม่ยอมจะดำเนินการให้ถึงที่สุด

และหลังจากนี้คงต้องแยกทางกันแบบเด็ดขาดจึงได้มาแจ้งความเพื่อดำเนินคดีนายณรงค์ในข้อหาทำร้ายร่างกาย และจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด นอกจากนี้ น.ส.ตันหยงยังได้มอบใบรับรองแพทย์ เพื่อเป็นเอกสารประกอบในสำนวนคดีอีกด้วย

น.ส.ตันหยง กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเนื่องจากแม่ของนายณรงค์ไล่ตนออกจากบ้าน แต่ไม่ให้นำลูกชาย 2 คน ไปด้วย คนโตอายุ 5 ขวบ เป็นลูกติดจากสามีเก่า และคนเล็ก อายุ 3 ขวบ เป็นลูกของนายณรงค์

ทางด้าน นางสาวเนตรดาว อายุ 46 ปี แม่ของ น.ส.ตันหยง กล่าวว่า ตนทำใจไม่ได้ ที่ลูกสาวถูกกระทำอย่างนี้ เหมือนกับลูกสาวของตนไม่มีพ่อไม่มีแม่ ทั้งที่ตนก็เคยสอนลูกให้อดทนเพราะกลัวหลานไม่มีพ่อ แต่พอมาถูกกระทำแบบนี้ตนก็รับไม่ได้ตนคงต้องให้ลูกสาวเลิกกับพ่อของลูกแบบเด็ดขาด เพราะทำแบบนี้มันเกินไปขนาดตนยังไม่เคยตีลูกขนาดนี้เลย ตนก็ไม่ยอมจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดและให้แยกทางกันเด็ดขาด จึงได้พาลูกสาวมาแจ้งความกับ พ.ต.ท.ศิวกร จันทะเมนชัย สารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรี เพื่อจะดำเนินการกับนายณรงค์ เพื่อจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้นางสาวตันหยงเดินทางไปพบแพทย์เพื่อรักษาตัวก่อนที่จะสอบสวนต่อ เนื่องจากเลือดไหลไม่หยุด จึงได้ให้ไปทำการรักษาก่อน…

นาว ทิสานาฏ

นาว ทิสานาฏ เปลี่ยนบรรยากาศในวันกักตัวอยู่บ้านไม่ให้น่าเบื่ออีกต่อไป เต้นสนั่นรับสงกรานต์ หยุดนาน ๆ ขอจัดเต็มสักที

นาว ทิสานาฏ  แดนซ์สนั่นรับสงกรานต์ กับแฟชั่นเล่นน้ำอยู่บ้าน

นาว ทิสานาฏ

แม้ปีนี้จะอดเล่นน้ำในวันสงกรานต์ เพราะต้องกักตัวเนื่องจากการระบาดของ COVID-19 แต่นักแสดงสาว นาว ทิสานาฏ ก็สามารถเปลี่ยนบรรยากาศให้เหมือนอยู่ในช่วงเทศกาลได้ ด้วยการหยิบเสื้อผ้ามาใส่

ไม่ว่าจะเป็นชุดผ้าถุงกับเสื้อคอกระเช้า หรือชุดเสื้อลายดอก เล่นน้ำอยู่ที่บ้าน ล่าสุด (14 เมษายน 2563) นาว ทิสานาฏ ได้โพสต์คลิปเต้นกับเพลงแดนซ์ ๆ ในวันสงกรานต์ แบบใส่เต็มทุกท่วงท่า โยกซ้ายโยกขวาลีลาไม่มีแผ่ว จนหลายคนยกให้เป็นไอดอล เพราะว่าเต้นพลิ้วมาก เรียกว่าการกักตัวไม่ได้ทำให้ความสนุกในวันสงกรานต์ของสาวนาว ลดน้อยลงแต่อย่างใด แถมยังทำให้แฟน ๆ ทางบ้านรู้สึกสนุกตามอีกด้วย

อาร์ต พศุตม์ โพสต์ชี้แจงเองก่อนเจอดราม่า

อาร์ต พศุตม์ โพสต์ชี้แจงเองก่อนเจอดราม่า นั่งมอเตอร์ไซค์ ตระเวนแจกของช่วยคนช่วง COVID-19

อาร์ต พศุตม์ โพสต์ชี้แจงเองก่อนเจอดราม่า นั่งมอเตอร์ไซค์แจกของ ทำไมไม่ใส่หมวกกันน็อก !?

อาร์ต พศุตม์ โพสต์ชี้แจงเองก่อนเจอดราม่า

เป็นอีกหนึ่งดาราคนดังจิตอาสา ที่มักจะมีเรื่องราวดี ๆ ในการช่วยเหลือผู้คน มาบอกเล่าให้ได้ติดตามกันตลอด สำหรับ อาร์ต พศุตม์ ที่ช่วงนี้ก็ใช้เวลาว่างตะเวนแจกหน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์ล้างมือ

ให้กับคนไร้บ้านและประชาชนทั่วไป ในช่วงที่ทุกคนต่างก็ลำบากเพราะสถานการณ์ โควิด 19 แต่งานนี้ก็มีดราม่าเบา ๆ เพราะหนุ่ม อาร์ต พศุตม์ ไม่ได้ใส่หมวกกันน็อกระหว่างนั่งมอเตอร์ไซค์แจกของ ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าตัวเคยลงภาพและคลิปขณะตระเวนแจก Mask ผ้า และได้ชี้แจงว่า “ขอโทษด้วยไม่ใส่หมวกกันน็อก เพราะไม่ได้ขี่เร็ว เพราะต้องขึ้น ๆ ลง ๆ ตลอด ลมจะแดรก” แต่ก็ยังมีคนที่คอมเมนต์ติงในเรื่องนี้อยู่ ล่าสุด (13 เมษายน 2563) เมื่อ อาร์ต พศุตม์ ลงภาพขณะตระเวนแจกของอีกครั้ง เจ้าตัวจึงได้อธิบายถึงเหตุผลที่ไม่ได้ใส่หมวกกันน็อกไว้แบบชัด ๆ ในแคปชั่นว่า “ที่ไม่ใส่หมวกกันน็อกเพราะไม่สะดวกจริง ๆ ต้องขอโทษด้วย เพราะสื่อสารกับพวกเราไม่เข้าใจ เวลาเราใส่หมวกกันน็อกไปให้คนเค้าจะให้ เค้าจะตกใจว่าใครวะเอาของมาให้กรู” ทั้งนี้ ได้มีหลายคนที่เข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจและชื่นชม ขณะเดียวกัน ก็ยังมีคนติงเรื่องสวมหมวกกันน็อกว่า “กฎก็ต้องเป็นกฎ” หนุ่มอาร์ต จึงได้ตอบกลับว่า “รู้คับถึงขอโทษมา แต่วันไหนมากับผมสักวันนะ อยากให้รู้ว่ากฎเป็นกฎ เป็นไงคับ ขอบคุณที่ติดตามละคร”

เปิดใจ รัศมีเเข

เปิดใจ รัศมีเเข พ่อแท้ ๆ ชาวเซเนกัล อยากเจอตนก่อนตาย ยอมรับ คิดหนักจะบอกพ่อยังไงว่าเป็นเกย์

เปิดใจ รัศมีเเข ะพ่อเป็นคนรุ่นก่อน ชี้โควิด 19 ให้บทเรียนหลายอย่าง ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่ลึกไปถึงระดับจิตใจมนุษย์

เปิดใจ รัศมีเเข

ในที่สุดก็ตามหาคุณพ่อตัวจริงจนพบแล้ว สำหรับ รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น แม้จะยังไม่เคยพบหน้าคุณพ่อเลยสักครั้ง แต่ก็เจ้าตัวก็ดีใจที่ได้พูดคุยกันทางโทรศัพท์เป็นครั้งแรก โดยคุณพ่อของรัศมีแข เป็นชาวเซเนกัล ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับว่ายังรู้สึกงง ๆ ที่ได้ใช้คำว่า Papa เป็นครั้งแรกด้วย ล่าสุด (10 เมษายน 2563) รายการคุยแซ่บShow ได้เผยบทสัมภาษณ์ของ รัศมีแข ที่ได้มาเล่าความรู้สึกหลังจากที่ได้คุยกับพ่อ ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าเป็นห่วงคุณพ่อมาก เพราะป่วยหัวใจไม่ดี และมีการขอร้องด้วยอยากเจอตนก่อนตาย แต่เพราะโควิด 19 ทำพิษ จึงอดบินไปหาพ่อ พร้อมเผยบทเรียนจากโรคระบาดที่ทำให้ตนรู้สึกหวาดระแวงทุกวัน
ไม่เคยเจอคุณพ่อมาก่อน ?

รัศมีแข : คือรู้ว่ามีพ่อ แต่ไม่เคยเจอกันเลย ตอนนี้ก็ยังไม่ได้เจอ แค่เป็นการพูดคุยกันเฉย ๆ อย่างของตัวเองมีความรู้สึกก่อนว่าถ้าได้เจอก็จะเจอเอง เราก็เลยไม่พยายามอะไร เราไปออกรายการหนึ่งแล้วพูดว่า พ่อเคยทำงานอยู่ตรงนั้น แล้วคนที่เคยทำงานกับพ่อเมื่อสมัยก่อน เขารู้แล้วติดต่อไปยังเพื่อนแข เขาจัดการทุกอย่างเลย จนวันหนึ่งเขาโทร. มาร้องไห้แล้วบอกว่าได้เบอร์ของพ่อแล้วนะ แล้วเขารอโทรศัพท์เราอยู่ เวลาห่างกันประมาณ 5 ชั่วโมง

ได้โทรศัพท์คุยกันเรียบร้อยแล้ว ?

รัศมีแข : ใช่ ตอนแรกพอได้เบอร์มาปุ๊บตื่นเต้น จะร้องไห้ ทำตัวไม่ถูก ตอนนั้นอยู่บ้านเพื่อน เพื่อนก็เห็นว่าเราเดินไปเดินมา ไม่รู้จะตั้งต้นยังไงดี สุดท้ายเราก็โทร. ไปคุย

เห็นว่าคุณพ่อเสียใจกับเราอยู่เรื่องหนึ่ง ?

รัศมีแข : ใช่ เขาก็ขออภัยกับสิ่งที่มันเกิดขึ้นมา ไม่อยากให้เป็นอะไรแบบนี้

คุณพ่อร้องไห้ด้วย ?

รัศมีแข : ใช่ แขว่าเขาคงตื่นเต้น แต่ด้วยความที่เราเป็นคนเข้าใจอะไรง่าย เราก็ตอบกลับเขาไปว่า ไม่เป็นไร อันนั้นมันเป็นปัญหาของคุณกับแม่ไม่ใช่ปัญหาของแข

จริง ๆ ต้องได้เจอกันแล้ว แต่ว่าเกิดเหตุการณ์โควิด 19 ?

รัศมีแข : ใช่ ตอนแรกเข้าใจตลอดว่าเป็นลูกครึ่งอเมริกัน แต่ผิด จริง ๆ แล้วเป็นไทย-เซเนกัล ซึ่งอยู่ในแอฟริกาต้น ๆ

เห็นบอกว่าคุณพ่ออยากเจอแขก่อนตาย ?

รัศมีแข : ใช่ ก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะพูดคำนี้ เราก็อ้าว…ทำไมพ่อพูดแบบนี้ ด้วยความที่พ่อเป็นโรคหัวใจด้วย แล้วตอนคุยกับพ่อ พ่อบอกว่าญาติถามใหญ่เลยว่าแบบเป็นไงลูกชายเธอ เขาโตเป็นผู้ชาย แล้วอีกวันก่อนวางสาย พ่อบอกดีใจมากเลยที่ได้เจอแข ขอให้ทุกอย่างดี ให้แขมีภรรยาที่ดี อันนี้แอบคิด แอบซีเรียส ก็เลยไปปรึกษาพี่สาวคนที่อยู่อเมริกา บอกว่าพ่อมาอวยพรอย่างนี้ ฉันใจไม่ดี ฉันไม่รู้จะพูดยังไงว่าฉันเป็นเกย์

คิดไหมว่าถ้าบอกไปกลัวพ่อจะรับไม่ได้ ?

รัศมีแข : ไม่กลัว เจอแล้ว รับไม่ได้ แยกย้ายได้นะคะพ่อ ยังไม่ได้บอกพ่อเลย แต่พี่สาวบอกว่า อย่าไปบอกเขานะ เขาเป็นคนรุ่นก่อน รับอะไรยาก ตอนนั้นพอคุยกับพี่สาวเสร็จก็คิดว่าจะทำยังไงดี
จริง ๆ อยากบอกไหม ?

รัศมีแข : อยากให้เขารับรู้มากกว่า ว่าที่ผ่านมาเราแต่งงานทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว เพราะว่ามันคือชีวิตของเรา จริง ๆ ก็อยากให้เขาเห็นว่าเราเก่งนะ เราทำมาจนมาอยู่ได้ขนาดนี้ ก็คิดว่าเขาน่าจะภูมิใจ

ถ้าเกิดไม่มีเหตุการณ์แบบนี้ก็จะไปหาคุณพ่ออยู่แล้ว ?

รัศมีแข : ใช่ครับ ตอนนี้ไปไม่ได้

แล้วเราจะพาแฟนไปหาคุณพ่อไหม ?

รัศมีแข : ไม่พาไป ไปกับเพื่อน แฟนพักไว้ก่อน เรามีความรู้สึกว่าเราไปกันเองก่อนก็ได้ เพราะถ้าแฟนไปด้วยเดี๋ยวมันจะมีเรื่องความลำบากนู่นนี่นั่นเข้ามา

มาพูดถึงการกักตัวอยู่บ้านบ้าง แต่ละวันทำอะไร ?

รัศมีแข : ช่วงอาทิตย์แรก เหมือนกับโลกถล่มไปแล้ว ชีวิตหลุดหาย ไม่รู้จะทำยังไง นอน โอ๊ย…เบื่อ
เห็นว่ามีช่วงที่ไม่กล้าอุ้ม ไม่กล้าเจอน้องปกป้อง ?

รัศมีแข : ใช่ก็จะมีช่วงที่เรากักตัว ด้วยความที่เราเป็นผู้ใหญ่ ไม่รู้ว่ามีเชื้อ หรือติดเชื้อ น่าจะมีภูมิต้านทานที่โอเค แต่กับเด็กเราผวา ช่วงกักตัวแรก ๆ ไม่กล้า รอดูอาการก่อน ไม่ค่อยอยากอยู่ใกล้หลาน คิดถึงหลานมาก คิดถึงจนกระทั่งขับรถไปขอมอง แล้วก็ขับรถกลับ แล้วมีบางวันลืมโทร. ไปเช็ก ไปถึงเขาหลับ ขับรถกลับ

สถานการณ์โควิดในครั้งนี้สอนอะไรแขบ้าง ?

รัศมีแข : เรื่องของการทำงาน และการจัดการชีวิต อะไรควรมาก่อน จากที่เราโหมงานจนไม่สนใจครอบครัว ตอนนี้ครอบครัวเริ่มขึ้นมาแล้ว ก่อนหน้านี้ทำงานหนักมาก ไม่มีเวลาไปสวีเดน แฟนต้องบินมา สุดท้ายพอวันหนึ่งทุกอย่างหยุดหมด สายการบินหยุด บินกลับบ้านไม่ได้ เพราะโรค ครอบครัวเราอยู่ตรงนู่น ตายมาทำไง คนที่ตายอยู่ตรงนู่นเราไม่ได้เห็น เราตายอยู่ตรงนี้เขาไม่ได้เห็น ไม่เอาแล้ว

เห็นว่าได้แง่คิดในเรื่องของเงินด้วย ?

รัศมีแข : ใช่ มีเงินทองมากมายตอนนี้ก็ไม่สามารถซื้อตัวเองให้รอดพ้นจากโควิดแล้วใช้ชีวิตปกติ จนกระทั่งแขไปเอาเสื้อวิ่งพี่ตูนทุกอย่าง กระเป๋า แบรนด์เนมที่แขซื้อมา แขเอาไปประมูลแล้วบริจาคหมดเลย ตอนหยิบก็มีเสียดาย แต่ก็บอกตัวเองว่าห้ามยึดติด แล้วก็บริจาคช่วยเงินคนหมดเลย

เป๊ก เปรมณัช - นิว นภัสสร

เป๊ก เปรมณัช – นิว นภัสสร เปิดยอดบริจาคเงินช่วยดับไฟป่าเชียงใหม่ 1.3 ล้าน เตรียมจัดซื้ออุปกรณ์และสิ่งของจำเป็นสำหรับเจ้าหน้าที่

เป๊ก เปรมณัช – นิว นภัสสร เดินหน้าสู้ไฟป่าเชียงใหม่ เตรียมนำเงินบริจาค 1.3 ล้าน ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่

เป๊ก เปรมณัช – นิว นภัสสร

เดินหน้าสู้ดับไฟป่าที่จังหวัดเชียงใหม่อย่างต่อเนื่อง สำหรับ เป๊ก เปรมณัช และ นิว นภัสสร โดยทั้งคู่มีการลงพื้นที่ไปปฏิบัติงานจริงพร้อมกับเจ้าหน้าที่

ทำให้ได้เห็นว่าวิกฤตครั้งนี้หนักหนาสาหัสขนาดไหน จึงจัดทำโครงการให้ผู้ที่ต้องการช่วยเหลือมาร่วมกันบริจาคเงิน เพื่อนำไปซื้ออุปกรณ์และสิ่งของจำเป็นในการดับไฟ ล่าสุด (10 เมษายน 2563) เป๊ก เปรมณัช เปิดเผยผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัวว่า ตอนนี้ได้ปิดรับการบริจาคลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยยอดเงินบริจาค ณ ตอนนี้ รวมทั้งหมด 1,371,898.24 บาท ซึ่งหนุ่มเป๊ก ได้กล่าวขอบคุณน้ำใจของเพื่อน ๆ ในวงการ และประชาชนทุกคน เพราะยอดเงินนั้นเกินกว่าที่ตั้งใจจะเอาไว้จัดซื้อเฉพาะน้ำยาดับเพลิง ทั้งนี้ หนุ่มเป๊ก ได้ขออนุญาตนำน้ำใจจากทุกคนในครั้งนี้ แบ่งไปจัดซื้อสิ่งของจำเป็น สิ่งของที่ขาดแคลนสำหรับทีมดับไฟป่า โดยจะบริหารจัดการอย่างดีที่สุด และจะมาชี้แจงรายละเอียดการใช้จ่ายในขั้นตอนต่อไปให้ทราบอีกครั้ง

เด็กทารก 1 เดือนติดโควิด 19

เด็กทารก 1 เดือนติดโควิด 19 ที่แท้เป็นเพราะพ่อแม่เปิดบ้านสังสรรค์กับเพื่อน

เด็กทารก 1 เดือนติดโควิด 19 หลังจากพ่อแม่ พาเพื่อนมาสังสรรค์ที่บ้าน

เด็กทารก 1 เดือนติดโควิด 19  ล่าสุดวันที่ 10 เมษายน 2563 เฟซบุ๊ก สาธิต ปิตุเตชะ ของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข รายงานถึงการไปเยี่ยมเยียนทารกวัย 1 เดือนที่ติดโรค COVID-19 ที่โรงพยาบาลบ้านฉาง จ.ระยอง ว่า ตอนนี้อาการน้องค่อนข้างดี

หายใจไม่เหนื่อยหอบ และไม่มีไข้แล้ว ทว่าพอตรวจหาเชื้อ COVID 19 ก็พบว่ายังมีเชื้ออยู่ ส่วนสาเหตุการติดเชื้อนั้น ติดมาจากพ่อและแม่ที่เปิดบ้านเลี้ยงสังสรรค์กับเพื่อน ๆ ซึ่งตอนนี้คนเป็นพ่อสามารถกลับบ้านได้แล้ว ส่วนคนเป็นแม่ยังคงอยู่ที่โรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม คาดว่า อีกไม่นาน น้องน่าจะกลับบ้านได้อย่างแน่นอน