การแพร่ระบาด

15 ต.ค.นี้ ติดเชื้อ COVID-19 เพิ่ม 13

วันที่ 15 ตุลาคม 2563 ศูนย์บริหารเหตุการณ์ การแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รายงานถึงสถานการณ์ของ COVID-19 ในประเทศไทย ว่า

การแพร่ระบาด

ซึ่งล่าสุด สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เมืองไทยวันนี้ เจอผู้ติดเชื้อโรครายใหม่เพิ่ม 13 ราย เป็นผู้เดินทางมาจาก ประเทศเมียนมา 3 ราย ,

ประเทศซูดานใต้ 3 ราย ,ประเทศเนเธอร์แลนด์ 1 ราย ,ประเทศเลบานอน 1 ราย ,ประเทศเอธิโอเปีย 1 ราย ,ประเทศอิตาลี 1 ราย ยิ่งไปกว่านี้ ยังมีคนป่วยชาว ประเทศเมียนมา 3 ราย ที่ส่งคืนไปรักษาที่ประเทศเมียนมา

นำมาซึ่งการทำให้คนป่วยในประเทศไทย ติดเชื้อโรคสะสมอยู่ที่ 3,665 ราย หายแล้ว 3,463 ราย โดยยังมีคนป่วยที่รักษาอาการอยู่ 143 คน ไม่มีคนเสียชีวิตเพิ่ม และมีคนเสียชีวิตรวม 59 ราย…

สาวสักพญานาค

ส่อแววไม่จบ! สาวสักพญานาค ทับงูเขียวผื่นคันขึ้น

เริ่มยิ้มไม่ออก สาวสักพญานาค ทับงูเขียวหัวโม่ง เกิดผื่นคัน ตุ่มแดง

จากกรณี นางสาวสุพรรณี (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี ชาว ตำบลบางจาก อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ไปสักรูปพญานาคกับช่างคนหนึ่ง แม้กระนั้นปรากฏว่า ได้รูปเหมือนงูเขียวหัวโม่งไม่ใช่พญานาค โดยมีการออกมาโพสต์โต้ตอบกับช่างสักจนกระทั่งกำเนิดเป็นกระแสดราม่า ก่อนจะมีช่างมาสักทับให้ใหม่จนได้รูปพญานาคสวยสดงดงาม ดังที่เสนอข่าวสารไปแล้วนั้น

ปัจจุบัน (6 ตุลาคม) ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งออกมาโพสต์ว่า เดี๋ยวนี้รูปรอยสักพญานาคของสาวคนมีชื่อเสียงกล่าวนั้นลอกแล้ว แต่ว่าสีที่ได้กลับไม่ตรงปก แถมมีตุ่มขึ้นที่รอยสัก ยิ่งกว่านั้น ยังตั้งข้อคิดเห็นว่า เครื่องไม้เครื่องมือก็มิได้มาตรฐาน มีการใช้จานผสมสีแบบที่ใช้เรียนวิชาศิลป์ มาใช้ในระหว่างการสักลายดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น

ช่วงเวลาที่ สาวผู้ครอบครองรอยสักก็โพสต์ภาพ ช่วงวันที่ 4 ตุลาคมก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา โดยกล่าวว่าภาพวันแรกที่ตัวเองโพสต์นั้นคือการใช้ฟิลเตอร์ ก่อนที่จะโพสต์คลิปวิดีโอสั้นๆโชว์ภาวะรอยสักปัจจุบัน

แม้กระนั้น ก็ได้มีคนเข้ามาคอมเม้นท์ว่า ช่างมาแก้งานให้ฟรีถึงที่ ไม่น่าไปว่าช่างเลย พร้อมเสนอแนะให้ผู้ครอบครองรอยสักใจเย็นๆดูแลผิวรอบๆรอยสักของตนให้ดี หมั่นป้ายยา หากหนังแก้วลอกหมดแล้วรอยสักจะดูดีขึ้น…

ครูจุ๋ม

พ่อกระโดดถีบ “ครูจุ๋ม” เปิดใจ ทำไปเพราะบันดาลโทสะ

เปิดใจพ่อ! กระโดดถีบ ครูจุ๋ม ทำไปเพราะบันดาลโทสะ

หลังเมื่อวานนี้ (4 กันยายน 63) ทนายความเดชา ซึ่งเป็นทนายความข้างสถานศึกษาสารสาสนต่างประเทศราชพฤกษ์ พร้อมทั้งคุณครูจุ๋ม เดินทางมาที่ สภ.ราชพฤกษ์ เพื่อเข้าแจ้งเหตุฟ้องร้อง กับผู้ดูแลผู้เรียนบางราย ที่ประทุษร้ายคุณครูจุ๋ม ตอนวันที่ 25 กันยายน 63 ในงานสัมมนาผู้ดูแลก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

ปัจจุบัน วานนี้ (5 กันยายน 63) กรุ๊ปผู้ดูแลเด็กนักเรียนที่ถูกทำร้าย ในสถานที่เรียนสารสาสนต่างชาติราชพฤกษ์ พร้อมด้วย ทนายความรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานโครงข่ายรณรงค์ทวงคืนความเที่ยงธรรมใน สังคม เดินทางที่สำนักงานอัยการสูงสุด เข้าหา นายณรงค์ ศรีระสันต์ อัยการผู้ที่มีความชำนาญพิเศษ เพื่อปฏิบัติงานไกล่เกลี่ยกรณีพิพาทแล้วก็ฟ้องศาลแพ่งต่อสถานที่เรียนสารสาสนฯ

ด้าน นายชาญวิทย์ ผู้ดูแลที่กระโจนถีบคุณครูจุ๋ม เล่าว่า เมื่อวานนี้ ที่คุณครูจุ๋มไปแจ้งเหตุกับตำรวจ ก็เป็นสิทธิส่วนบุคคล เเต่ในวันสัมมนาผู้ดูแล ตนมองเห็นคลิปจังหวะที่ลูกชายถูกคุณครูจุ๋มทำร้าย ก็เลยกระโจนถีบคุณครูจุ๋มไปด้วยเหตุว่า บันดลความโกรธ ส่วนตัวไม่เคยมีปัญหากับคุณครูจุ๋มมาก่อน…

นางระเบียบรัตน์

นางระเบียบรัตน์ ได้นำทีมลงพื้นที่หาแนวทางช่วยเหลือครอบครัว “คุณครูจุ๋ม” หลัง 1 ใน 3 หลานที่อุปการะต้องหยุดเรียน

นางระเบียบรัตน์  ได้เข้าคุยกับ นางทวี ขณะที่ “แม่ครูจุ๋ม” เปิดใจกรณีลูกถูกทำร้ายขอให้เป็นเรื่องทางกฏหมาย

ผู้สื่อข่วารายงานว่า (5 เดือนตุลาคม) ที่จังหวัดอ่างทอง ผู้รายงานข่าวลงพื้นที่บ้านของ นางทวี (ขอรักษานามสกล) อายุ 62 ปี ชาวบ้าน มัธยม7 ตำบลหลักแก้ว อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดจังหวัดอ่างทอง ซึ่งเป็นมารดาของคุณครูจุ๋มอีกครั้ง หลัง นางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช นายกสมาคมเสริมสร้างครอบครัวให้อบอุ่นและเป็นสุข พร้อมแผนก เดินทางมาหาแนวทางช่วยเหลือในเรื่องผลกระทบของครอบครัวคุณครูจุ๋ม เนื่้องจากหลานอีกทั้ง 3 คน ที่อยู่ในเลี้ยงดูของคุณครูจุ๋ม พบเจอปัญหาในเรื่องเกี่ยวกับการเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง น้องบั้ม ที่เรียนอยู่ชั้น ประกาศนียบัตรวิชาชีพ1 สถาบันอาชีพแห่งหนึ่งในจังหวัดอ่างทอง ที่จำต้องดรอคอยปเรียนด้วยเหตุว่าเกรงว่าจะขาดเงินเรียน เนื่องจากว่าคุณครูจุ๋มจะต้องออกจากงานและก็ถูกฟ้องหลายสิบคดี

โดยทาง นางกฎระเบียบรัตน์ ได้เข้าคุยกับ นางทวี แม่ของคุณครูจุ๋มรวมทั้งหลาน พร้อมด้วยตระเตรียมที่จะประสานสถานที่เรียนให้กลับเข้าไปเรียนโดยไม่ต้องดรอคอยปเรียน ซึ่งทางสมาคมจะเป็นผู้เข้ามาดูแลในประเด็นนี้ และก็ถ้าหากตั้งใจที่จะศึกษาต่อทางสโมสรก็จะส่งเรียนจนกระทั่งระดับปริญญาตรี เพื่อจะออกมาสามารถปฏิบัติงานช่วยเหลือครอบครัวได้

นางระเบียบปฏิบัติรัตน์ กล่าวมาว่า กรณีนี้มาเกี่ยวโยงกับคดีของคุณครูจุ๋ม แต่ว่าทางสมาคมจะเข้ามาดูในเรื่องผลพวงที่เกิดกับครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆซึ่งจะเป็นเยาวชนที่จะเป็นอันมากสำคัญของบ้านเรือน ซึ่งถ้าหากอันไหนสมาคมพวกเราช่วยได้ก็จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ในส่วนของครอบครัวที่ต้องการจะดำรงชีพ เพื่อทำให้ครอบครัวสามารถเดินต่อไปได้ก็จะช่วยวางแนวทางต่างๆถัดไป

เวลาที่ นางทวี เผยออกมาว่า ภายหลังจากเกิดเหตุคุณครูจุ๋มกลับมาบ้านเพียงแต่ครั้งเดียว และไม่กลับมาอีกเลย ซึ่งเท่าที่รู้คุณครูจุ๋มกด็รับผิดในส่วนที่ตนทำทั้งสิ้น แม้กระนั้นในกรณีที่ถูกผู้ดูแลรังแกก็จำต้องว่าไปโดยชอบด้วยกฎหมาย ส่วนตนเป็นแม่ก็มีความเห็นว่าไม่ควรที่จะทำอย่างงี้ เนื่องจากคนที่ทำเป็นเพศชายบุตรสาวตนเป็นสตรี แล้วก็กำลังยืนไหว้ขออภัยแต่ถูกทำร้าย ซึ่งตนมีความเห็นว่าร้ายแรงเกินความจำเป็น…

คุณยายคนอุดร

บัตรคิวคำชะโนดเบอร์ 83พาเฮง คุณยายคนอุดร ถูกรางวัลที่ 1 ได้ 6 ล้าน

คุณยายคนอุดร ดวงเฮงรับเงิน 6 ล้านบาท หลังถูกหวยรางวัลที่ 1 เผยที่มา รับบัตรคิวเบอร์ 83 ตอนไปไหว้พ่อปู่ศรีสุทโธ

วันที่ 16 ก.ย. 2563 เวลา 18.00 น. พันตำรวจโทเจษฎา ว่องไว สว. สอบปากคำ สภ.เมืองจังหวัดอุดรธานี ได้รับแจ้งจาก นางบัวกง สายทองคำสุข อายุ 70 ปี ถูกสลากกินแบ่งรางวัลที่ 1 งวดทุกวันที่ 16 ก.ย. 2563 ลำดับที่ 244083 งวดที่ 36 ชุดที่ 18 ปริมาณ 1 ใบ เพื่อมาลงบันทึกทุกวัน

นางบัวกง ผู้โชคดี กล่าวว่า ตนซื้อสลากกินแบ่งประจำ แต่ว่าซื้อไม่มากมาย ก่อนหน้าราวๆ 1 อาทิตย์ ตนได้เชิญชวนลูกชายไปไหว้บิดาปู่ศรีสุทโธ แล้วก็แม่คุณย่าศรีปทุมมา ที่คำชะโนดวังพญานาค อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี โดยตนได้บัตรคิวเลข 83 แล้วก็ได้เข้าไปกราบสักการะบูชา ตนอธิษฐานขอให้ถูกเบอร์รวมทั้งโชคดี

 

โดยเมื่อกลับมาบ้านลูกชายก็ได้พาไปซื้อสลากกินแบ่งที่ตลาดบ้านหนองบุ ตำบลสามพร้าว ซึ่งตนได้ซื้อเลขท้ายเป็นเลขบัตรคิวที่เข้าไปไหว้คำชะโนด 83, 38 ปริมาณ 2 ใบ ข้างหลังนั่งลุ้นจอคอยการออกรางวัล แล้วรู้ดีว่าตนเองถูกรางวัลที่ 1 เลขลำดับ 244083 ก็ดีแล้วดวงใจสุดๆ ลูกชายก็เลยพามาลงบันทึกทุกวันไว้เป็นหลักฐาน

นางบัวกง บอกอีกว่า ตนมีลูก 4 คน ชาย 2 คน หญิง 2 คน เงินรางวัลที่ได้ แบ่งให้ลูกทุกคน แต่ว่าจะแบ่งให้ลูกชายผู้ที่ 2 ซึ่งพาไปไหว้คำชะโนดรวมทั้งพาไปซื้อสลากกินแบ่ง จนกระทั่งถูกรางวัลที่ 1 มากมายเป็นพิเศษ รวมทั้งจะไปทำบุญทำกุศลที่คำชะโนด รวมทั้งเก็บไว้ใช้ในปั้นปลายของชีวิต…

เจอระเบิดอาร์พีจีปนกองเศษเหล็ก

แตกตื่นกันทั้งร้าน! อดีตพลทหารเพิ่งปลดประจำการ ทำงานร้านรับซื้อของเก่าวันแรก เจอระเบิดอาร์พีจีปนกองเศษเหล็ก

สยอง!ระเบิดกลางกรุง ร้านรับซื้อของเก่า เจอระเบิดอาร์พีจีปนกองเศษเหล็ก  สมาคมส่งเสริมความปลอดภัย

เมื่อเวลา 14.00 น. (16 เดือนกรกฎาคม63) พันตำรวจตรีจิรโรจน์ มงคลธนสุพัฒน์ สารวัตร (สอบปากคำ) สภ.นางรอง จังหวัดจังหวัดบุรีรัมย์ ได้รับแจ้ง เจอลูกเบิดในร้านค้ารับจับจ่ายซื้อของเก่าแห่งหนึ่ง ถนนหนทางสังขกฤษซ่อม ตำบลนางรอง อำเภอนางรอง ก็เลยได้รายงานผู้บัญชาการรู้ พร้อมผสานตำรวจชุดสืบ สวนสอบปากคำ ข้าราชการ ตำรวจตระเวณชายแดน215 ชุดเก็บกู้แล้วก็ทำลายวัตถุระเบิด(EOD) ร่วมตรวจดูจุดเกิดเหตุดังที่ได้รับแจ้ง

เมื่อไปถึงเจอนายจิณณการปฏิบัติ แอบอิง อายุ 22 ปี สมัยก่อนทหารเกณฑ์ที่พึ่งปลดทำงาน มาดำเนินการที่ร้านค้ารับจับจ่ายซื้อของเก่าเป็นวันแรก ซึ่งเป็นคนพบวัตถุระเบิด ได้พาข้าราชการไปดูจุดที่พบระเบิด ซึ่งอยู่รอบๆจุดคัดเศษเหล็กด้านในร้านค้า จากการสำรวจพื้นฐานเจอเป็นระเบิดอาร์พีจี ซึ่งยังอยู่ในภาวะที่ใช้การได้ แล้วข้าราชการก็เลยได้นำยางรถยนต์ไปวางครอบเอาไว้ แล้วก็ห้ามบุคคลใดใกล้ เพื่อให้เกิดความปลอดภัย เพื่อรอคอยให้ข้าราชการชุดอีโอดี มาตรวจตราเพื่อหาที่มา พร้อมกระทำเก็บกู้รวมทั้งนำไปทำลายตามขั้นตอน ซึ่งอีกทั้งเถ้าแก่และก็คนงานต่างก็สะดุ้งเมื่อทราบว่ามีระเบิดปนเปอยู่กับกองเศษเหล็กที่ซื้อมา แต่ว่าโชคดีที่ไม่เกิดการระเบิดไม่งั้นบางทีอาจเป็นโทษได้

นายจิณณการปฏิบัติ เปิดเผยว่า ตนเพิ่งจะปลดจากทหารเกณฑ์ที่ จังหวัดจังหวัดลพบุรี ได้ราว 5 เดือน แล้วก็พึ่งจะมาดำเนินการที่ร้านค้ารับจับจ่ายซื้อของเก่าที่นี้เป็นวันแรก ระหว่างที่กำลังคัดเศษเหล็กที่ร้านค้ารับซื้อมาก็จะต้องสะดุ้ง เมื่อพบระเบิดปนเปอยู่กับเศษเหล็ก ก็เลยรีบบอกเถ้าแก่ให้แจ้งข้าราชการมาตรวจดูแล้วก็เก็บกู้

ด้านนางจันจิรา พารุ่งโรจน์สุข อายุ 31 ปี เถ้าแก่ค้าของโบราณ พูดว่า ตระหนกตกใจที่มีระเบิดผสมปนเปมาพร้อมกับเศษเหล็กที่รับซื้อมา เนื่องจากถ้าเกิดเกิดการระเบิดขึ้นมาก็จะก่อให้เกิดอันตรายและก็สร้างความย่ำแย่อย่างแน่แท้ ตั้งแต่เปิดร้านมาก็ยังไม่เคยพบระเบิดผสมปนเปมาแบบงี้ ครั้งต่อไปก็จะระแวดระวังสำรวจก่อนที่จะรับซื้อให้เยอะขึ้น เพื่อให้เกิดความปลอดภัยตลอดชีพรวมทั้งเงิน…

ปอท.

ปอท. ยอมรับว่าเป็นงานยากในการตามล่าตัวแฮกเกอร์ ส่ง Ransomware แฮกระบบ รพ.สระบุรี เรียกค่าไถ่ 63000 ล้าน

ปอท. สอบระบบข้อมูล รพ.สระบุรี หลังถูกแฮกเรียกค่าไถ่

พันตำรวจเอกศรีวัฒน์ ดีพอเพียง รองหัวหน้ากำจัดการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางด้านเทคโนโลยี หรือ ปอท.ในฐานะพิธีกร ปอท. เผยกับ INN ว่า ปอท.ได้ส่งข้าราชการข้างสืบสวน ลงพื้นห้องประชุมร่วมกับข้าราชการที่เกี่ยวโยง เพื่อสอบสวนหาทางจราจรคอมพิวเตอร์และก็ข้อมูลในการกระทำความผิด กรณีแฮกเกอร์ส่งเชื้อไวรัส Ransomware เข้าระบบคอมพิวเตอร์ของโรงหมอจังหวัดสระบุรี ทําให้ฐานข้อมูลคนไข้ไม่อาจจะใช้งานได้, ภาพสแกนเวชทะเบียนคนไข้เสียหาย โดยเรียกค่าไถ่ จํานวน 200,000 บิตรอน์ หรือ ราวๆ 63,000 ล้านบาท เพื่อกู้ให้ระบบคอมพิวเตอร์ของโรงพยาบาลสามารถกลับมาใช้งานได้ตามธรรมดา

โดยบอกว่า ในการสอบปากคำคาดว่าจะต้องใช้เวลาสำหรับในการสอบปากคำสักระยะ พร้อมกล่าวว่า การกระทำในลักษณะดังที่กล่าวผ่านมาแล้วเกิดขึ้นทั่วโลก ส่วนมากคนก่อเหตุจะอยู่เมืองนอกรวมทั้งเรียกเงินสกุลบิตรอน์เพื่อยากต่อการตำหนิดตาม โดยในประเทศไทยเคยเกิดเหตุในลักษณะดังที่กล่าวถึงแล้ว แต่ว่าผู้ร้ายจะเลือกเจาะระบบของบริษัท ร้านค้า ตลอดจนบุคคลปกติ เพื่อเรียกเงินค่าไถ่ แม้กระนั้นยังไม่เคยเกิดขึ้นกับโรงหมอ คราวนี้ก็เลยถือเป็นทีแรก

สารภาพว่าการทำกับโรงหมอ ซึ่งมีฐานข้อมูลสำคัญของคนเจ็บเป็นสิ่งที่ไม่สมควรเกิดขึ้น ส่วนมูลเหตุที่ผู้ร้ายเลือกเจาะระบบของ รพ.จังหวัดสระบุรี จะด้วยเหตุผลใดนั้น ยังไม่รู้จักกระจ่าง แต่ว่ามั่นใจว่าผู้ร้ายคงจะเจอช่องว่างหรือบางสิ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องมีการพิสูจน์และก็วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหามาตรการคุ้มครองปกป้อง อย่างไรก็ดีที่ผ่านมายังไม่เคยจับผู้ก่อเรื่องได้มาก่อน…

หมอพรทิพย์

หมอพรทิพย์ เห็นควรปิดสวิตช์ส.ว. เพราะไม่ได้คัดกรองรัฐบาลที่ดี

หมอพรทิพย์ หนุนตัดอำนาจ ส.ว. เลือกนายกฯ

พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจน์นสุนันท์ พูดถึงการปรับปรุงรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะกรุ๊ป สมาชิกวุฒิสภา60 คน หรือ กรุ๊ป สมาชิกวุฒิสภาอิสระ ว่าเป็นเพียงแต่การตั้งกรุ๊ปเพื่อใช้แลกข้อคิดเห็นการปรับปรุง ซึ่งสมาชิกแต่ละคนก็มีความคิดเห็นที่นานับประการ ตามสิทธิส่วนบุคคล พญ.คุณหญิงพรทิพย์ บอกว่า จากการได้เรียนรู้ญัตติของพรรคร่วมรัฐบาล สำหรับในการปรับปรุงรัฐธรรมนูญแล้ว ในส่วนแนวทางการการปรับแก้รัฐธรรมนูญบางข้อสามารถทำเป็นเลย เป็นสิทธิของรัฐบาลสำหรับในการเสนอ แต่ว่าไม่อาจจะบังคับ สมาชิกวุฒิสภา ว่าให้เห็นด้วยไหมเห็นด้วย

ส่วนแนวทางเสนอให้ปรับปรุงรายมาตรา หรือ เสนอให้มีการตั้งขึ้น สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ราชการ เพื่อการชูร่างรัฐธรรมนูญนั้น ส่วนตัวคิดว่าการจัดตั้ง ส.ส.ราชการ จะมีผลให้การปรับปรุงรัฐธรรมนูญชักช้า และไม่อยากให้คิดว่าเป็นการยื้อเวลา

ส่วนการยกเลิกอำนาจของวุฒิสมาชิกสำหรับเพื่อการโหวตเลือกนายกฯ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ พูดว่า ถ้าเกิดย้อนกลับไปตอนนั้นคิดว่าเกิดเรื่องที่ดี เพื่อได้รัฐบาลที่เคลื่อนประเทศ แม้กระนั้นในวันนี้ ชี้ให้เห็นว่า สมาชิกวุฒิสภา ก็ไม่อาจจะคัดเลือกกรองเลือกรัฐบาลที่ดีได้ แม้ถามอีกที การยกเลิกอำนาจ สมาชิกวุฒิสภา ก็เป็นอีกทางออกที่ควรจะทำแล้วก็ขึ้นกับประชากร ว่าอยากที่จะให้ สมาชิกวุฒิสภา มีอำนาจโหวตไหม…

ขนข้าวสารกลับกรุงหวังลดค่าครองชีพ. หมอชิตคึกคัก ปชช ได้ทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ในช่วงเช้ามืด

สถานีขนส่ง หมอชิตคึกคัก ประชาชนทยอยเดินทางกลับเข้า กทม.ต่อเนื่อง

บรรรยากาศการเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯของพสกนิกรหลังจากเดินทางกลับภูมิลำเนาแล้วก็ท่องเที่ยวในต่างจังหวัด วันนี้ซึ่งเป็นวันหยุดยาววันสุดท้าย พสกนิกรได้ทยอยเดินทางกลับเข้าจังหวัดกรุงเทพอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่ในช่วงเช้ามืด โดยทางบริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. ได้ประเมินไว้ว่า วันนี้จะมีผู้โดยสารเดินทางกลับเข้ากรุงเทพมหานครเยอะที่สุดที่ 94,533 คน ซึ่งทาง บขส. ได้มีการเตรียมเที่ยวรถยนต์ไว้รองรับปริมาณ 6,301 เที่ยว ซึ่งมีอีกทั้งในส่วนของเที่ยวรถเสริมมาเที่ยวรถปกติ สามารถรองรับผู้โดยสารที่จะเดินทางได้มากที่สุดถึง 100,000 คน

และก็สำหรับในตอนที่เศรษฐกิจของประเทศ ยังคงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิค-19 และก็ยังไม่สามารถหารายได้ได้ตามเดิม ประชาชนที่เดินทางกลับมาจากต่างจังหวัด ได้มีการนำของแห้ง ชนิดข้าวสารรวมทั้งสินค้าเกษตรต่างๆในพื้นที่กลับมาเพื่อลดค่ายังชีพสำหรับการใช้ชีวิตที่จังหวัดกรุงเทพด้วย

แม้กระนั้นเพื่อเป็นการลดความแออัดของทางสถานี รถทัวร์โดยสารนิดหน่อยได้มีการหยุดส่งผู้โดยสารรอบๆภายนอก เพื่อสบายกับการต่อรถเดินทางไปยังที่พัก…

เผย ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมหลักฐาน เตรียมออกหมายเรียกไฮโซหนุ่ม มารับทราบข้อกล่าวหา ปมขวดฟาดหน้า “รัศมีแข”

จ่อออกหมายเรียก ไฮโซหนุ่ม ขวดฟาดหน้า รัศมีแข

(5 กันยายน 2563) พันตำรวจเอกกฤษณะ พัฒนรุ่งโรจน์ รอง พิธีกร ตำรวจ เผยถึงความคืบหน้ากรณี “รัศมีดวงเดือน ฟ้าเกื้อล้น” ดาราดารา ถูกไฮโซหนุ่มขวดฟาดหน้า ว่าได้รับรายงานจาก สภ.เมืองพัทยา ว่า เมื่อวันที่ 4 กันยายน 63 เวลาประมาณ 03.30 น.เจ้าหน้าที่สอบสวน สภ.เมืองพัทยา ได้รับแจ้งความร้องทุกข์กล่าวหาจากผู้เสียหาย โดยประสงค์ให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา ในความผิดฐานทำร้ายร่างกายฯ ด้านในสถานบันเทิงที่ในหนึ่งในเมืองพัทยา ซึ่งเกิดเหตุเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2563 เวลาประมาณ 23.00 น. ที่ผ่านมา

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สอบสวน ได้สอบปากคำผู้เสียหายไว้แล้ว โดยได้ส่งตัวผู้เสียหายไปพบหมอเพื่อทำการรักษาตัวและพิสูจน์ร่องรอยบาดแผลการถูกรังแกในโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ประกอบกับได้ร่วมกับแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและมอบหมายให้เร่งดำเนินงานพิสูจน์รู้ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและหาพยานหลักฐานประกอบคดีเพิ่มเติม

ในเวลานี้ ตำรวจรู้ตัวผู้ที่ลงมือก่อเหตุแล้ว แต่ยังต้องรวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการสอบปากคำพยาน, ผลของการชันสูตรบาดแผลจากหมอ ก่อนจะดำเนินงานออกหมายเรียกผู้ต้องหาเข้ามารับรู้ข้อกล่าวหาและดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย

พันตำรวจเอกกฤษณะ กล่าวต่อว่า เบื้องต้น เจ้าหน้าที่สอบสวนยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาผู้ใด ยังคงต้องคอยให้การสอบปากคำในภาพรวมให้ครบถ้วนเสียก่อน ก็เลยจะสามารถแจ้งข้อกล่าวหาได้

ดังนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมให้ความยุติธรรมในการให้ความยุติธรรมให้กับประชาชน โดยจะนำตัวผู้กระทำความผิด เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้วก็รับโทษตามกฎหมายถัดไป

 …